แชร์

คู่สมรสเสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร? เจาะลึกสิทธิสินสมรส ทายาท และ "ลูกนอกกฎหมาย" ที่ควรรู้

อัพเดทล่าสุด: 7 เม.ย. 2026
56 ผู้เข้าชม

คู่สมรสเสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร? เจาะลึกสิทธิสินสมรส ทายาท และ "ลูกนอกกฎหมาย" ที่ควรรู้

เมื่อคู่สมรสฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิต หลายคนมักเข้าใจผิดว่าสมบัติทั้งหมดจะตกเป็นของคู่สมรสที่เหลือทันที แต่ในทางกฎหมายมีขั้นตอนการแบ่งที่ชัดเจน โดยแบ่งออกเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

1. แบ่ง "สมบัติผัวเมีย" ออกก่อน (ตามมาตรา ๑๖๒๕)

ก่อนจะเริ่มแบ่งมรดก กฎหมายให้จัดการทรัพย์สินระหว่างสามีภรรยาเหมือนตอน "หย่า"

คำพิพากษาฎีกา 1023/2566
จำเลยที่ 1 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกผู้ตาย อยู่ในฐานะทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 วรรคสอง ประกอบมาตรา 1635 (2) ที่ดินโฉนดเลขที่ 22874 และ 60 เป็นสินสมรสระหว่างผู้ตายกับจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 1 จึงมีสิทธิได้รับส่วนแบ่งในฐานะสินสมรสกึ่งหนึ่ง และในฐานะทายาทผู้รับมรดกอีกกึ่งหนึ่งรวมเป็นสามในสี่ส่วนของที่ดินดังกล่าว สำหรับที่ดินโฉนดเลขที่ 24990 และ 123 เป็นสินส่วนตัวของผู้ตาย จำเลยที่ 1 มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งกึ่งหนึ่งของที่ดินซึ่งเป็นทรัพย์มรดกดังกล่าว ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้เพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 24990 และ 123 ซึ่งเป็นสินส่วนตัวของผู้ตายทั้งแปลง และเพิกถอนนิติกรรมการจดทะเบียนโอนที่ดินโฉนดเลขที่ 22874 และ 60 ซึ่งเป็นสินสมรสของผู้ตายกับจำเลยที่ 1 กึ่งหนึ่ง จึงไม่ชอบ ปัญหานี้เป็นปัญหาข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้คู่ความมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เองตาม ป.วิ.พ. มาตรา 142 (5) ประกอบมาตรา 225 และมาตรา 252

  • สินสมรส: ทรัพย์สินที่หามาได้ร่วมกันระหว่างแต่งงาน ต้อง "หารครึ่ง" ทันที โดยคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่รับไปเลย 50% ในฐานะเจ้าของร่วม
  • กองมรดก: อีก 50% ที่เหลือของผู้ตาย รวมกับ "สินส่วนตัว" ของผู้ตาย (ถ้ามี) ส่วนนี้แหละครับที่จะกลายเป็น "กองมรดก" เพื่อนำไปแบ่งให้ทายาทต่อไป

2. ใครบ้างที่มีสิทธิใน "กองมรดก" นี้? (ตามมาตรา ๑๖๒๖)

เมื่อได้กองมรดกมาแล้ว จะต้องนำมาแบ่งให้กับทายาทโดยธรรมตามลำดับ ซึ่งคู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ก็คือหนึ่งในทายาทที่มีสิทธิรับส่วนแบ่งนี้ด้วย

  • ถ้ามีลูก: คู่สมรสจะได้ส่วนแบ่ง "เท่ากับลูก 1 คน" (เช่น มีลูก 2 คน ก็หาร 3 ส่วนเท่าๆ กัน)
  • ถ้าแยกกันอยู่แต่ไม่หย่า: กฎหมายมาตรา 1628 ยืนยันว่า "สิทธิมรดกไม่หายไป" ตราบใดที่ยังไม่ได้จดทะเบียนหย่าตามกฎหมาย คู่สมรสที่แยกกันอยู่ก็ยังมีสิทธิรับมรดกได้เต็มที่

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น เราสรุปส่วนแบ่งที่คู่สมรสจะได้รับเมื่อต้องหารร่วมกับทายาทลำดับต่างๆ ไว้ในตารางด้านล่างนี้:

 

 

คำพิพากษาฎีกาที่ 3884/2560
แม้หากฟังได้ว่าผู้ตายบอกยกเงินค่าที่ดินที่จะได้รับจากจำเลยให้แก่โจทก์ แต่เนื่องจากเป็นหนี้ที่จำเลยมีต่อผู้ตายแล้วยังมิได้ชำระ การให้เงินค่าขายที่ดินดังกล่าวแก่โจทก์อันเป็นสิทธิเรียกร้องของผู้ตายที่มีต่อจำเลยจึงเป็นการโอนสิทธิเรียกร้องตาม ป.พ.พ. มาตรา 306 วรรคหนึ่ง เมื่อการโอนสิทธิเรียกร้องของผู้ตายให้แก่โจทก์ไม่มีการทำเป็นหนังสือย่อมไม่มีผลผูกพันผู้ตาย จำเลยซึ่งเป็นทายาทและลูกหนี้ของผู้ตาย ไม่มีหน้าที่ต้องชำระเงินค่าที่ดินส่วนที่เหลือให้แก่โจทก์ เมื่อผู้ตายมีจำเลยและ ท. เป็นทายาทประเภทพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันกับผู้ตาย ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 (3) โจทก์ซึ่งเป็นทายาทของผู้ตายประเภทคู่สมรส จึงมีสิทธิได้รับมรดกกึ่งหนึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1635 (2) โจทก์ได้รับเงินกึ่งหนึ่งของทรัพย์มรดกของผู้ตาย จึงถือได้ว่าโจทก์ได้รับมรดกของผู้ตายตามสิทธิของโจทก์แล้ว โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง


3. "ลูกนอกกฎหมาย" และ "ลูกบุญธรรม" มีสิทธิแค่ไหน? (ตามมาตรา ๑๖๒๗)

  • ลูกนอกกฎหมาย คือ ลูกที่พ่อไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่ แต่ถ้าพ่อมี "พฤติการณ์รับรอง" เช่น ให้ใช้นามสกุล, แจ้งเกิดเป็นพ่อ, ส่งเสียเล่าเรียน หรือยอมรับว่าเป็นลูกต่อหน้าคนทั่วไป กฎหมายถือว่าเป็น "ผู้สืบสันดาน" มีสิทธิรับมรดกเหมือนลูกที่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ
  • ลูกบุญธรรม: จะมีสิทธิรับมรดกได้ก็ต่อเมื่อ "จดทะเบียนรับบุตรบุญธรรม" ให้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น และมีสิทธิรับมรดกเฉพาะของผู้รับบุตรบุญธรรม (แต่ไม่มีสิทธิรับมรดกแทนที่ผู้รับบุตรบุญธรม)

คำพิพากษาฎีกาที่ 205/2494
บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรองแล้วไม่จำจะต้องเป็นการรับรองในทางจดทะเบียนรับรองบุตร การรับรองโดยกิริยาความประพฤติเป็นที่เปิดเผย ก็ย่อมเพียงพอให้บุตรนอกกฎหมายนั้นมีสิทธิรับมรดกเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายได้

คำพิพากษาฎีกาที่ 1231-1232/2510
บุตรบุญธรรมที่มิได้มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม เพราะการรรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อมีการจดทะเบียนตามกฎหมาย

คำพิพากษาฎีกาที่ 777/2528
บุตรบุญธรรมถือเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของผู้รับบุตรบุญธรรม มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม  แต่มี่สิทธิรับมรดกแทนที่ผู้รับบุตรบุญธรรมเพราะมิใช่ผู้สืบสันดานทางสายโลหิต

คำพิพากษาฎีกา 1276/2558
โจทก์มีสิทธิได้รับมรดกของ ป. เนื่องจาก ป. จดทะเบียนรับโจทก์เป็นบุตรบุญธรรม โดย ส. ผู้ตาย ซึ่งเป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของ ป. ให้ความยินยอมด้วย โจทก์จึงถือว่าเป็นผู้สืบสันดาน เหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายของ ป. ตาม ป.พ.พ. มาตรา 1627 เมื่อ ส. ถึงแก่ความตายก่อน ป. โดยมีทรัพย์มรดกเป็นที่ดินพิพาทซึ่งเป็นสินส่วนตัว ป. คู่สมรสย่อมเป็นทายาทโดยธรรมตาม ป.พ.พ. มาตรา 1629 วรรคสอง และมีสิทธิรับมรดกของ ส. ด้วยตามมาตรา 1635 แม้ ป. ยินยอมให้จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกและไม่ได้เข้ายุ่งเกี่ยวกับทรัพย์มรดก แต่เมื่อไม่ปรากฏว่า ป. แสดงเจตนาสละมรดกดังกล่าวตามมาตรา 1612 ป. จึงยังคงเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของ ส. ตามกฎหมาย เมื่อ ป. ถึงแก่ความตายโดยยังไม่ได้รับการแบ่งปันทรัพย์มรดกของ ส. โจทก์ซึ่งเป็นทายาทผู้มีสิทธิได้รับมรดกของ ป. ในฐานะเป็นผู้สืบสันดานเหมือนบุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีสิทธิฟ้องเรียกร้องให้จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกของ ส. แบ่งที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกของ ส. ในส่วนที่ตกแก่ ป. ได้ จำเลยเป็นผู้จัดการมรดกของ ส. ซึ่งมีหน้าที่ต้องแบ่งปันทรัพย์มรดกให้แก่ทายาททุกคนซึ่งรวมถึง ป. คู่สมรสที่ยังมีชีวิตอยู่ในขณะที่ ส. เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย การที่จำเลยในฐานะผู้จัดการมรดกโอนที่ดินพิพาทอันเป็นทรัพย์มรดกทั้งสามแปลง ให้แก่ตนเองเพียงผู้เดียวจึงเป็นการแบ่งปันทรัพย์มรดกที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยจึงยังไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าว และถือได้ว่าการมีชื่อเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ทางทะเบียนในที่ดินดังกล่าวเป็นเพียงการครอบครองที่ดินพิพาทแทนทายาทอื่นของ ส. ทุกคนเท่านั้น จำเลยจึงไม่อาจยกอายุความมรดกตาม ป.พ.พ. มาตรา 1754 ขึ้นต่อสู้โจทก์ซึ่งเป็นผู้มีสิทธิรับมรดกของ ส. ในส่วนที่ตกได้แก่ ป. คดีของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ

คำพิพากษาฎีกาที่ 7272/2562
โจทก์กล่าวอ้างโจทก์เป็นทายาทผู้มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกเนื่องจากโจทก์เป็นบุตรนอกกฎหมายที่เจ้ามรดกรับรองแล้ว จึงเป็นผู้สืบสันดานเหมือนกับบุตรที่ชอบด้วยกฎหมายเป็นทายาทโดยธรรมที่มีสิทธิรับมรดกของเจ้ามรดกตาม ป.พ.พ มาตรา 1627,1629(1) ดังนั้นโจทก์จึงมีภาระการพิสูจน์ให้ข้อเท็จจริงรับฟังได้ตามมาตรา 1627 ซึ่งประกอบด้วยข้อเท็จจริง 2 ส่วน ส่วนแรกคือ ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์เป็นบุตรของเจ้ามรดก และส่วนที่สองคือ ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับพฤติการณ์ของเจ้ามรดกที่รับรองว่าโจทก์เป็นบุตรของตน เช่น เจ้ามรดกเป็นผู้แจ้งเกิดให้แก่โจทก์ว่าโจทก์เป็นบุตรของตน ยอมให้ใช้ชื่อสกุล เป็นผู้อุปการะเลี้ยงดู และส่งเสียให้การศึกษาเล่าเรียน ตลอดจนแนะนำและแสดงออกแก่บุคคลทั่วไปอย่างเปิดเผยวาโจทก์เป็นบุตร เมื่อหลักฐานทางทะเบียนราษฎรระบุว่า โจทก์เป็นบุตรของ ข กับ บ สำเนาทะเบียนบ้านซึ่งเป็นเอกสารมหาชนที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ทำขึ้น จึงต้องด้วยข้อสันนิษฐานว่าเป็นเอกสารแท้จริงและถุกต้อง ตาม ป.วิ.พ.มาตรา 127 โจทก์จึงต้องมีพยานหลักฐานที่มีน้ำหนักมั่นคงมาสืบหักล้างข้อสันนิษฐานดังกล่าว จึงจะรับฟังได้ตามที่โจทก์กล่าวอ้าง

ตัวอย่างสถานการณ์จริง (Case Study)

กรณีที่ 1: คู่สมรส vs ลูก

สถานการณ์: หากมีมรดกเป็นที่ดิน 7 แปลง โดยผู้ตายมีภรรยาจดทะเบียนสมรส และบุตร 7 คน
 
  • การแบ่ง: ภรรยามีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเท่ากับลูก 1 คน
  • ผลลัพธ์: หาร 7 ส่วนเท่าๆ กัน (ภรรยา, ลูกคนที่1-7) ได้ไปคนละแปลงเท่ากัน

คำพิพากษาฎีกาที่ 3296/2563
พันเอก ก และ ฐ จดทะเบียนสมรสกัน หลังจากนั้นมีการซื้อที่ดินร่วมกันโดยใส่ชื่อของ ฐ เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียวในที่ดินทุกแปลงที่ร่วมกันซื้อมา รวมถึงที่ดินพิพาททั้ง 6 แปลงในคดีด้วย ที่ดินพิพาททั้ง 6 แปลงจึงเป็นสินสมรส ต่อมาพันเอก ก ถึงแก่ความตายที่ดินทั้ง 6 แปลงจึงต้องแบ่งแก่ ฐ กึ่งหนึ่ง ตามมาตรา 1625(1) อีกกึ่งหนึ่งเป็นมรดกของพันเอก ก ตกทอดแก่ทายาทดดยธรรม คือ ฐ ในฐานะคู่สมรสและบุตรอีก 6 คน แบ่งคนละ 1 ใน 7 ส่วนเท่าๆกัน ตามมาตรา 1629(1) และ วรรคท้าย ประกอบมาตรา 1635(1)
 
กรณีที่ 2: แยกกันอยู่นาน 20 ปี (แต่ไม่หย่า)

สถานการณ์: หากสามีไปมีครอบครัวใหม่ แต่ไม่ได้จดทะเบียนหย่ากับภรรยาเดิม
 
  • กฎหมาย (มาตรา 1628): การแยกกันอยู่ไม่ทำให้สิทธิมรดกหมดไป
  • ผลลัพธ์: ภรรยาคนเดิม (ที่จดทะเบียน) ยังมีสิทธิรับมรดกเต็มจำนวนตามกฎหมาย ส่วนภรรยาใหม่ที่ไม่ได้จดทะเบียน "ไม่มีสิทธิ" ในกองมรดกเลย

คำพิพากษาฎีกาที่ 684/2508
คู่สมรสไม่ได้จดทะเบียนสมรสอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิในมรดก  
 
กรณีที่ 3: เมียแต่ง vs ลูกนอกกฎหมายที่พ่อรับรอง

สถานการณ์: หากมีมรดก 1.2 ล้านบาท มีภรรยาจดทะเบียน (ไม่มีลูกด้วยกัน) แต่สามีแอบมีลูกกับหญิงอื่น 1 คน และส่งเสียเลี้ยงดูจนคนแถวบ้านรู้กันหมด (พฤติการณ์รับรอง)
 
  • การแบ่งตามกฎหมาย (มาตรา 1627): ลูกนอกกฎหมายที่พ่อรับรอง มีสิทธิรับมรดกเหมือนลูกที่ชอบด้วยกฎหมายทุกประการ ดังนั้นเคสนี้จึงย้อนกลับไปใช้เกณฑ์ "คู่สมรส vs ลูก"
  • ผลลัพธ์: มรดกถูกหาร 2 ส่วนเท่าๆ กัน
    1. ภรรยาจดทะเบียน: ได้รับ 600,000 บาท
    2. ลูกนอกกฎหมาย: ได้รับ 600,000 บาท
    หมายเหตุ: หากภรรยาใหม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส จะไม่มีสิทธิในมรดกนี้เลย
 
คำพิพากษาฎีกาที่ 1562/2565
โจทก์เป็นบุตรของ อ. โดย อ. กับมารดาโจทก์มิได้สมรสกัน และ อ. มิได้จดทะเบียนว่าโจทก์เป็นบุตร หรือศาลพิพากษาว่าโจทก์เป็นบุตรของ อ. โจทก์จึงเป็นบุตรนอกกฎหมายของ อ. แต่เมื่อ อ. ได้รับรองโจทก์แล้ว จึงถือว่าโจทก์เป็นผู้สืบสันดานของ อ. เหมือนกับบุตรชอบด้วยกฎหมายตาม ป.พ.พ.มาตรา 1627 โจทก์จึงเป็นทายาทโดยธรรมลำดับที่ 1 ของ อ. ตามมาตรา 1629(1) มีสิทธิรับมรดกตามกฎหมาย ... การมีอยู่ของบุตร อ. ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิของโจทก์ในการรับมรดกจาก อ. แล้ว โดยไม่จำที่ผู้นั้นจะต้องมาฟ้องหรือเรียกร้องทรัพย์มรดกของ อ. ด้วยหรือไม่ โจทก์เคยบอกกล่าวให้จำเลยที่ 2 ไปจดแจ้งต่อนายทะเบียนว่ามิใช่บุตรของ อ. แต่จำเลยที่ 2 เพิกเฉย และตราบใดที่ยังปรากฏชื่อของจำเลยที่ 2 ในสูติบัตรหรือในเอกสารราชการ ย่อมกระทบสิทธิและโต้แย้งสิทธิของโจทก์ โจทก์จึงมีอำนาจฟ้อง

สรุป: การจัดการมรดกคู่สมรสเป็นเรื่องที่ต้องละเอียดรอบคอบ โดยเฉพาะครอบครัวที่มีความซับซ้อน การทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าจึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อป้องกันปัญหาความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก Thai Will

บทความที่เกี่ยวข้อง
6ลำดับทายาทโดยธรรม
หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามรดกจะตกแก่ลูกหลานโดยอัตโนมัติ แต่กฎหมายไทยมีลำดับการรับมรดกที่ชัดเจน หากไม่ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินจะถูกจัดสรรตาม "ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ" มาเช็กกันว่าใครมีสิทธิรับมรดกก่อน-หลัง และลำดับไหนที่ถูกตัดสิทธิไปโดยไม่รู้ตัว
10 เม.ย. 2026
พินัยกรรม คืออะไร มีกี่แบบ? สรุปครบทุกประเภทที่ควรรู้ (ฉบับเข้าใจง่าย)
พินัยกรรม คืออะไร? มีการทำพินัยกรรมไม่ใช่เรื่องไกลตัว หรือเรื่องอัปมงคลอย่างที่หลายคนเข้าใจ แต่มันคือการวางแผนส่งต่อความมั่นคงให้กับคนที่คุณรักอย่างถูกต้องตามกฎหมาย บทความนี้จะพาไปเจาะลึกว่า พินัยกรรมจริงๆ แล้วคืออะไร มีกี่ประเภท และแบบไหนที่เหมาะกับคุณที่สุดแบบไหนบ้าง? ThaiWillมาสรุปพินัยกรรมทุกแบบในบทความนี้
11 มี.ค. 2026
พยานในพินัยกรรมสำคัญอย่างไร? เจาะลึกคุณสมบัติและเหตุที่ทำให้เป็นโมฆะ
พินัยกรรมจะสมบูรณ์ได้ พยานต้องเป๊ะ! ทำความเข้าใจคุณสมบัติพยานที่กฎหมายกำหนด และข้อควรระวังเรื่องพยานห้ามเป็นผู้รับมรดก พร้อมเจาะลึกคำพิพากษาฎีกาที่ชี้ชัดว่า การเซ็นชื่อไม่พร้อมกันอาจทำให้พินัยกรรมเป็นโมฆะทันที
18 มี.ค. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy