แชร์

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส...ทรัพย์สินที่หามาด้วยกันแบ่งกันยังไง เมื่อเลิก?

อัพเดทล่าสุด: 16 มิ.ย. 2026
65 ผู้เข้าชม
ไม่ได้จดทะเบียนแบ่งสมบัติยังไง(ปก)

ไม่ได้จดทะเบียนสมรส...ทรัพย์สินที่หามาด้วยกันแบ่งกันยังไง เมื่อเลิกรา?

อยู่กินกันมานาน มีบ้าน มีรถ ร่วมกัน แต่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส วันหนึ่งถ้าต้องแยกทางหรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจากไป ใครจะเป็นเจ้าของทรัพย์สิน? คนไม่มีชื่อในโฉนดมีสิทธิ์ขอแบ่งไหม? หาคำตอบได้ในบทความนี้ 

1. ไม่จดทะเบียน = ไม่ใช่ "สินสมรส" แล้วจะแบ่งอย่างไร?

ในสังคมไทยยุคปัจจุบัน มีคู่รักจำนวนมากที่เลือกจะอยู่กินกันฉันสามีภริยาโดย
ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ร่วมสร้างครอบครัว ซื้อบ้าน ซื้อรถ หรือทำธุรกิจมาด้วยกัน แต่เมื่อความสัมพันธ์ต้องจบลง คำถามยอดฮิตที่ตามมาคือ "ทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของใคร?"

ตามกฎหมายไทย (ป.พ.พ. มาตรา 1457) การสมรสที่ชอบด้วยกฎหมายจะเกิดขึ้นเมื่อมีการ "จดทะเบียนสมรส" เท่านั้น
  • ผลคือ: คู่รักที่ไม่จดทะเบียน จะไม่มีคำว่า "สินสมรส" มาเกี่ยวข้องเลย
  • แต่คำถามคือ: แล้วคนที่ไม่มีชื่อในโฉนดหรือเอกสารสิทธิ์ จะหมดสิทธิ์ในทรัพย์สินนั้นเลยหรือไม่?

คำตอบคือ: "ไม่หมดสิทธิ์!" เพราะแม้จะไม่ใช่สินสมรส แต่กฎหมายเปิดช่องให้ถือเป็น "กรรมสิทธิ์รวม" ได้ หากพิสูจน์ได้ว่าร่วมกันทำมาหาได้


2. เปิดสูตรลับกฎหมาย: จาก "สินสมรส" สู่ "กรรมสิทธิ์รวม"

เมื่ออ้างกฎหมายครอบครัวไม่ได้ เราต้องมาใช้กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยเรื่อง "ทรัพย์สิน" แทน ซึ่งมีหลักการง่าย ๆ 3 ข้อ ดังนี้ครับ
  • มาตรา 1356 (เจ้าของรวม): ถ้าร่วมกันทำมาหาได้ ร่วมลงทุน หรือร่วมผ่อน ย่อมถือเป็นเจ้าของร่วมกัน
  • มาตรา 1357 (ส่วนเท่ากัน): กฎหมายสันนิษฐานไว้ก่อนว่า เจ้าของรวมทุกคนมีส่วนแบ่ง "คนละเท่า ๆ กัน (50/50)" เว้นแต่จะมีหลักฐานพิสูจน์เป็นอย่างอื่น
  • มาตรา 1363 (สิทธิ์เรียกแบ่ง): เจ้าของรวมคนไหนก็มีสิทธิ์เรียกร้องให้แบ่งทรัพย์สินนั้นได้


3. 5 ปัจจัยสำคัญที่ "ศาล" ใช้พิจารณาว่าจะให้แบ่งหรือไม่?

การที่ไม่มีชื่อในโฉนด แต่อยากได้ส่วนแบ่ง เงินที่ลงไปไม่สูญเปล่า ศาลมักจะพิจารณาจากพฤติการณ์จริงและหลักฐานเหล่านี้:

  • พฤติกรรมการอยู่กิน: อยู่กินกันฉันสามีภริยาอย่างเปิดเผยจริงหรือไม่
  • ช่วงเวลาที่ได้มา: ทรัพย์สินนั้นได้มาระหว่างที่อยู่กินด้วยกันใช่ไหม
  • การมีส่วนร่วม: มีการร่วมทุน ร่วมแรง ร่วมผ่อนชำระ หรือร่วมทำมาค้าขายด้วยกันหรือไม่
  • จุดประสงค์การใช้งาน: ทรัพย์สินนั้นซื้อมาเพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกันในครอบครัว (เช่น บ้านที่อยู่ด้วยกัน)
  • เจตนาที่แท้จริง: มีพฤติการณ์ที่แสดงว่าตั้งใจให้เป็นทรัพย์สินร่วมกันตั้งแต่แรก


 เกร็ดกฎหมายน่ารู้จากศาลฎีกา (ฎ.5438/2537): แม้ฝ่ายหญิงจะเป็น "แม่บ้าน" คอยดูแลบ้านและเลี้ยงลูก โดยไม่มีรายได้เป็นตัวเงินโดยตรง แต่ศาลถือว่าการดูแลบ้านคือการสนับสนุนเบื้องหลัง ย่อมถือว่ามีส่วนร่วมในการทำมาหาได้ และมีสิทธิ์ในกรรมสิทธิ์รวมเช่นกัน!

 

4. สรุปแนวคำพิพากษา: ชื่อในโฉนดไม่ใช่คำตอบสุดท้าย

จากแนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่ผ่านมา (เช่น ฎ.786/2533 และ ฎ.13718/2555) สรุปให้เข้าใจง่าย ๆ คือ "ศาลดูที่มาของทรัพย์ ไม่ได้ดูแค่ชื่อในกระดาษ"

  • ต่อให้โฉนดบ้านเป็นชื่อฝ่ายชายคนเดียวแต่ถ้าฝ่ายหญิงขนเงินมาช่วยดาวน์ ช่วยผ่อนทุกเดือน = แบ่งคนละครึ่ง
  • แต่ถ้าทรัพย์นั้นเป็น "มรดกตกทอด" ของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หรือได้มาโดยการให้โดยเสน่หา (ฎ.2102/2551) ต่อให้อยู่กินกันมา 20 ปี อีกฝ่ายก็ไม่มีสิทธิ์ขอแบ่ง เพราะไม่ใช่ทรัพย์ที่ร่วมกันทำมาหาได้

5. คู่มือวางแผนและจัดการทรัพย์สินอย่างปลอดภัย (เมื่อเลือกไม่จดทะเบียนสมรส)

หากคุณเลือกที่จะไม่จดทะเบียนสมรส โดยเฉพาะผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีทรัพย์สินจำนวนมาก เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาวุ่นวายภายหลัง หรือกรณีที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียชีวิตแล้วต้องทะเลาะกับทายาทสายตรง ควรวางแผนดังนี้:

  • ใส่ชื่อร่วม: หากซื้อทรัพย์สินชิ้นใหญ่ เช่น บ้าน ที่ดิน ควรใส่ชื่อร่วมกันในโฉนดตั้งแต่แรก
  • เก็บหลักฐานการเงิน: สัญญาเงินกู้, สลิปการโอนเงินค่างวด, หรือบัญชีรายรับ-รายจ่ายของธุรกิจที่ทำด้วยกัน
  • ทำสัญญาทางแพ่ง: อาจทำข้อตกลงเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ชัดเจนว่าทรัพย์ชิ้นไหนเป็นของใคร หรือลงขันกันคนละเท่าไหร่
  • ทำพินัยกรรม: นี่คือวิธีที่ดีที่สุด หากต้องการให้คู่ชีวิตได้รับทรัพย์สินของเราเมื่อเราจากไป โดยไม่มีปัญหากับญาติพี่น้อง

 

บทสรุป

"ไม่ได้จดทะเบียนสมรส ไม่เกิดสินสมรส... แต่ทรัพย์สินที่ทำมาหาได้ร่วมกัน อาจเป็นกรรมสิทธิ์รวม และฟ้องขอแบ่งได้ตามกฎหมาย"


อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือ "ภาระการพิสูจน์" เพราะเมื่อไม่มีทะเบียนสมรสมายืนยัน ฝ่ายที่อยากได้สิทธิ์ต้องเป็นคนหาหลักฐานไปพิสูจน์ต่อศาล ดังนั้น การเตรียมพร้อมทำเอกสารทางแพ่งเพื่อรักษาสิทธิตามกฎหมายขณะมีชีวิตและการวางแผนส่งต่อทรัพย์สินล่วงหน้า จึงเป็นทางออกที่ดีและปลอดภัยที่สุดสำหรับคู่รักในยุคนี้ครับ

 

"ปรึกษาเราวันนี้ เพื่อปกป้องสิทธิ์และคนที่คุณรักอย่างมืออาชีพ"

 064-101-9911

 @614tgfux

 ติดต่อ Thai Will เพื่อวางแผนมรดก


บทความที่เกี่ยวข้อง
คู่สมรสเสียชีวิต แบ่งมรดกอย่างไร? เจาะลึกสิทธิสินสมรส ทายาท และ "ลูกนอกกฎหมาย" ที่ควรรู้
คู่สมรสเสียชีวิต สมบัติไม่ได้ตกเป็นของอีกฝ่ายทั้งหมด! มาดูวิธีแบ่งสินสมรสตามกฎหมาย พร้อมเช็กสิทธิมรดกคู่สมรสและลูกนอกกฎหมาย สรุปสั้น เข้าใจง่ายที่ Thai Will
6ลำดับทายาทโดยธรรม
หลายคนมักเข้าใจผิดว่ามรดกจะตกแก่ลูกหลานโดยอัตโนมัติ แต่กฎหมายไทยมีลำดับการรับมรดกที่ชัดเจน หากไม่ทำพินัยกรรม ทรัพย์สินจะถูกจัดสรรตาม "ลำดับทายาทโดยธรรม 6 ลำดับ" มาเช็กกันว่าใครมีสิทธิรับมรดกก่อน-หลัง และลำดับไหนที่ถูกตัดสิทธิไปโดยไม่รู้ตัว
พินัยกรรม คือ การทำนิติกรรม
ทำพินัยกรรมอย่างไรไม่ให้เป็นโมฆะ? ชวนทำความเข้าใจพินัยกรรมในฐานะ 'นิติกรรม' ตาม ป.พ.พ. มาตรา 149 ที่ต้องเกิดจากความสมัครใจและสติสัมปชัญญะ พร้อมถอดบทเรียนจากคำพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ เพื่อให้เจตนาสุดท้ายของคุณได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy